เรื่องสั้นตามคำสอน กระต่ายตกปลา

เรื่องสั้นตามคำสอน กระต่ายตกปลา


วันที่ 1 กระต่ายออกไปตกปลา กลับมาตัวเปล่า ไม่ได้ปลากลับมาเลย
วันที่ 2 กระต่ายไปตกปลาอีก แต่ก็กลับมาตัวเปล่าเช่นเคย
วันที่ 3 เมื่อกระต่ายไปถึงบ่อปลา ปลาตัวหนึ่งก็กระโดดขึ้นจากน้ำ และตะโกนว่า “ถ้านายยังเอาแครอทมาเป็นเหยื่ออีก นายก็ต้องกลับบ้านมือเปล่าอีกแน่”


เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

คุณให้ในสิ่งที่คุณชอบแก่คนอื่น แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ อุทิศให้ในแบบของคุณ ย่อมไม่มีค่า

yengo หรือ buzzcity

เรื่องสั้นตามคำสอน สามีกับภรรยา

เรื่องสั้นตามคำสอน สามีกับภรรยา


ภรรยากำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว สามีคอยกำกับอยู่ข้างๆ
“คนเบาๆ ช้าๆหน่อย ระวังหน่อยสิ ไฟแรงไป เร็วๆ รีบพลิกปลาได้แล้ว ตักออกมาสิ น้ำมันเยอะไปนะ คีบเต้าหู้วางให้ตรง ๆ สิ”

ภรรยาสุดทน
“นี่คุณ ฉันทำกับข้าวเป็น พูดอยู่ได้”

ผู้เป็นสามีบอก
“ที่รัก ผมรู้ว่าคุณทำเป็น”

“ผมเพียงอยากให้คุณรู้ว่า เวลาที่ผมขับรถแล้วคุณคอยกำกับ ให้ผมเบรก ให้ผมเร็ว ให้ผมระวัง ให้ผมแซงนั้น ผมรู้สึกยังไง”

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่น ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณต้องยืนอยู่ในจุดของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้นเอง

yengo หรือ buzzcity

เรื่องสั้นตามคำสอน หนูตกถังข้าวสาร

เรื่องสั้นตามคำสอน หนูตกถังข้าวสาร


หนูตัวหนึ่งตกลงไปในถังข้าวสาร แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ มันดีใจมาก มันคิดว่ามันโชคดี จึงกินขาวสารนั้นอย่างอิ่มหมีพีมัน กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กิน เป็นอยู่อย่างนี้หลายวัน

วันหนึ่งตอนที่มันกินจนเห็นพื้นของถังข้าวสาร มันฉุกคิด แต่ข้าวสารในถังก็ยั่วยวนเหลือเกิน มันกินจนข้าวสารหมดถัง

ถึงตอนนี้มันถึงรู้ว่า ปีนออกจากถังไม่ได้อีกแล้ว

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การใช้ชีวิตของเรา แม้ดูเหมือนปกติธรรมดา แต่แท้ที่จริงมันเต็มไปด้วยกับดักและหลุมพลางที่แยบยล

yengo หรือ buzzcity

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง ชายชรากับลังเหล็ก

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง ชายชรากับลังเหล็ก


กาลครั้งหนึ่ง ยังมีคุณลุงอยู่คนหนึ่ง ในช่วงวัยหนุ่มของลุงคนนี้นั้นเค้าได้เป็นถึงหัวหน้าคนงานอยู่ในเหมืองทองคำมีรายได้ดีมาก แต่คุณลุงคนนี้ไม่เคยเลยที่จะเก็บเงินเก็บทองมีเท่าไรก็ใช้หมด เนื่องจากคุณลุงเคนนี้ป็นคนจิตใจดีใครมาหยิบยืมก็ให้และยัง เลี้ยงเพื่อนฝูงตลอด คุณลุงมีเพื่อนอยู่เยอะมาก จวบจนกระทั่งคุณลุงคนนี้เกษียณอายุ และปรากฏว่าไม่มีเงินเหลือเลยจากการทำงานอันยาวนาน คุณลุงมีลูกอยู่ 5 คน เมื่อคุณลุงไม่มีเงินก็จำเป็นต้องไปอาศัยบ้านลูกๆ ทั้ง 5 คน

วันจันทร์ ก็ไปอยู่บ้านลูกสาว ก็ถูกลูกเขยพูดจากระทบกระเทียบ เช่น “ทำไมคุณพ่อถึงไม่ไปบ้านลูกคนอื่นบ้างนะ ผมจะทำอะไรก็อึดอัดจริงๆ ”

วันอังคาร ก็ไปอยู่บ้านลูกชาย ก็ถูกหลาน และลูกสะใภ้กระทบกระเทียบ เช่น “รำคาญคุณปู่จังเลยกับข้าวที่หนูชอบดูสิคุณปู่ก็ทานเสียหมดเลย ทำไมคุณปู่ไม่ไปบ้านคนอื่นบ้าง” เป็นเช่นนี้ตลอด คุณลุงก็เปลี่ยนไปอยู่บ้านลูกคนนั้นทีคนนี้ที ก็ถูกลูกบ้าง ลูกเขยบ้าง ลูกสะใภ้บ้าง หลานบ้างพูดจาถากถางอยู่ตลอดเวลา แต่คุณลุงก็ต้องทน เพราะคุณลุงไม่มีเงินเก็บแม้แต่บาทเดียว

อยู่มาวันหนึ่ง คุณลุงตัดสินใจเรียกลูกๆ ทุกคนมาแล้วบอกว่า “พ่อจะไม่อยู่สัก 2 ปีนะลูก เพราะเพื่อนพ่อที่เป็นเจ้าของเหมืองทองคำมาขอร้องให้พ่อไปช่วยงานที่เหมืองทองคำของมัน พ่อจำใจต้องไปช่วยเขาจริงๆ” ลูกๆ ได้ฟังดังนั้นก็ดีใจกันยกใหญ่ ต่างสนับสนุนเพื่อให้คุณลุงท่านนี้ไปให้พ้นๆ จะได้ไม่เป็นภาระอีกต่อไป

เมื่อครบกำหนด 2 ปี คุณลุงท่านนี้ก็กลับมาพร้อมกับลังเหล็กใบใหญ่ 1 ใบ ไปไหนแกก็ลากไปด้วย ลูกๆ ก็พากันแปลกใจและถามว่า “ลังอะไรรึพ่อ” คุณลุงตอบกลับไปว่า “เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ได้มาจากเหมืองทองคำของเพื่อน ถ้าใครดูแลพ่อจนถึงวาระสุดท้ายแล้วหละก็ พ่อจะมอบสมบัติในลังเหล็กให้ทั้งหมดเลย” ปรากฏว่า ลูกๆ พากันตื่นเต้น ต่างอาสามาดูแลคุณพ่อกันยกใหญ่

วันจันทร์ คุณลุงก็อยู่กับลูกสาวคนโต ลูกเขยกับหลานก็พากันเอาใจบีบเฟ้นให้ หาของกินดีๆ มาให้ แต่ยังไม่ทันไรลูกชายคนที่สองก็มาตามให้ไปอยู่ด้วย และก็เช่นกันยังไม่ทันไร ลูกสาวคนที่สาม ก็มาตามให้ไปอยู่ด้วยอีก ปรากฏว่าลูกๆ ทั้ง 5 คน ของคุณลุงต่างแย่งกันเอาอกเอาใจและปรนนิบัติคุณลุงท่านนี้อย่างดี แต่เวลาไปไหนคุณลุงก็จะลากลังเหล็กใบนี้ไปด้วยตลอด

เวลาผ่านไป 7 ปีเห็นจะได้ คุณลุงท่านนี้ก็ได้เสียชีวิตลง หลังงานศพลูกๆ ทุกคนพากันมานั่งล้อมลังเหล็กใบนี้เพื่อแบ่งสมบัติกัน ลูกสาวคนโตเป็นคนเปิดฝาลังเหล็กแล้ว พบว่ายังมีผ้าสีขาวปิดอยู่อีกชั้นหนึ่ง และมีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ ลูกสาวคนโตก็เปิดอ่านให้น้องๆ ฟัง เนื้อความในจดหมายเขียนไว้ว่า


ถึงลูก ๆ ที่รักทุก ๆ คน ก่อนอื่นพ่อต้องขอขอบคุณก้อนหินทุก ๆ ก้อนในลังเหล็กใบนี้ ที่ได้เลี้ยงดูชีวิตพ่อจนถึงวาระสุดท้าย พ่อขอให้ลูก ๆ แบ่งก้อนหินในถังเหล็กใบนี้คนละเท่า ๆ กัน เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจให้พวกเจ้าหมั่นเก็บออมเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่เวลาพวกเจ้าแก่ตัวลงจะได้ไม่มีชีวิตที่น่าสมเพชเยี่ยงพ่อ

รักลูก จากพ่อ



นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

อย่าประมาทและอย่าคาดหวังว่าใครจะเลี้ยงดูเรา ให้เร่งเก็บออมเสียตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้มีชีวิตบั้นปลายที่สุขสบาย

yengo หรือ buzzcity

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง จำปาสี่ต้น

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง จำปาสี่ต้น


หนังสือผูกเรื่อง จำปาสี่ต้น พบที่ ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จารึกบนใบลานด้วยอักษรไทยน้อย เป็นนิทานเลียนแบบชาดก มีเนื้อเรื่องอยู่ว่า

ในสมัยหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาพระองค์หนึ่ง โดยตามภาษาลาวแล้วจะเรียกกันว่า เจ้ามหาชีวิต พระองค์ทรงปกครองเหล่าไพร่ฟ้าด้วยความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา โดยพระองค์มีมเหสี 2 องค์ คือ มเหสีฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย อยู่มาวันหนึ่งมีนายพรานได้เข้ามากราบทูลต่อพระองค์วว่า มีโขลงช้างป่าเข้ามาในพระราชอาณาเขต ซึ่งตามปกติแล้วก็มักจะต้องเสด็จออกไปคล้องช้างด้วยพระองค์เอง แต่ในช่วงเวลานั้นพระมเหสีฝ่ายขวากำลังจะประสูติ พระองค์ทรงเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง แต่ในที่สุดแล้วก็ทรงตัดสินพระทัยออกจากพระนครเพื่อไปคล้องช้างป่าโขลงนั้น

หลังจากที่พระองค์ทรงเสด็จไปได้เพียงสามวัน พระมเหสีฝ่ายขวาก็ทรงประสูติโอรสออกมาถึงสี่พระองค์ พระมเหสีฝ่ายซ้ายทราบเรื่องเข้าก็ทรงอิจฉา คิดอุบายโดยสั่งให้คนสนิทไปหาลูกสุนัขที่ออกใหม่มาสี่ตัว แล้วลอบเข้าไปสับเปลี่ยน ส่วนโอรสทั้งสี่นั้นให้เอาไปใส่แพลอยน้ำเสีย
เมื่อเจ้ามหาชีวิตเสด็จกลับมายังพระนครทรงได้ทราบเรื่อง ไม่ได้ทรงสอบสวนเรื่องราว ทรงขับไล่พระมเหสีฝ่ายขวาให้ออกจากพระนครไป เพราะถือว่าเป็นกาลีบ้านกาลีเมือง จะทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายขึ้น ฝ่ายโอรสทั้งสี่นั้นได้ถูกหญิงชราชื่อว่า แม่คำพา พบเข้าและนำกลับไปเลี้ยงด้วยความยินดีเนื่องเพราะนางไม่มีบุตร นางได้เลี้ยงดูโอรสทั้งสี่เป็นอย่างดีเหมือนกับเป็นลูกของนางเอง
ต่อมาวันหนึ่งมเหสีฝ่ายซ้ายรู้ว่าเด็กทั้งสี่นั้นยังไม่ตาย จึงสั่งให้คนสนิทนำยาพิษไปให้โอรสทั้งสี่กินจนเสียชีวิต นางคำพาเกิดเสียใจเป็นยิ่งนัก นางได้ฝังร่างของโอรสทั้งสี่ไว้ในสวน และในไม่ช้าก็มีต้นจำปาสี่ต้นเจริญเติบโตขึ้นเหนือหลุมฝังศพทั้งสี่

เมื่อมเหสีฝ่ายซ้ายทราบเรื่องต้นจำปาทั้งสี่ นางได้สั่งให้ทหารไปโค่นต้นจำปานั้นลงและสั่งให้เอาไปโยนทิ้งน้ำ ขณะที่ต้นจำปาทั้งสี่ลอยไปตามน้ำ พระภิกษุรูปหนึ่งผ่านมาพบและเห็นว่าต้นจำปายังสดอยู่จึงเก็บเอาขึ้นมาจากน้ำ แต่เมื่อเด็ดดอกจำปาออกจากกิ่งแทนที่จะมีน้ำหรือยางไหลออกมา กลับกลายเป็นเลือดสด ๆ ไหลรินออกมาจากก้าน พระภิกษุองค์นั้นจึงไปหาฤาษีเล่าเรื่องให้ฟัง ฤาษีนั่งทางในก็รู้เรื่องราวโดยตลอด จึงทำน้ำมนตร์รดต้นจำปาทั้งสี่ ต้นจำปานั้นกลายเป็นชายหนุ่มรูปงาม ฤาษีก็สั่งสอนศิลปะวิทยาการต่าง ๆให้

เมื่อทั้งสี่เล่าเรียนวิชาสำเร็จแล้วก็กราบลาพระฤาษีออกเดินทางไปหาพระบิดา เมื่อมาถึงพระนครก็ให้คนเข้าไปกราบทูลพระราชาว่าโอรสทั้งสี่ของพระองค์กลับมาแล้ว พระราชากริ้วมาก เพราะยังทรงเข้าพระทัยผิดว่ามเหสีฝ่ายขวาประสูติออกมาเป็นสุนัข จึงมีรับสั่งให้ทหารออกไปจับตัว แต่ไม่มีทหารคนไหนสู้กับโอรสทั้งสี่ได้ ทหารจึงเข้าไปกราบทูลพระราชาทำให้พระองค์ทวีความโกรธมากขึ้น จะเสด็จออกรบด้วยตัวเอง แต่เมื่อเจ้ามหาชีวิตยิงธนู ลูกธนูที่ยิงไปนั้นกลับกลายเป็นขนมไปสิ้น ครั้นชายทั้งสี่ยิงธนู ลูกธนูกลับกลายเป็นดอกไม้ พระราชาเห็นดังนั้นทรงแน่พระทัยว่าชายหนุ่มทั้งสี่นั้นเป็นโอรสของพระองค์เป็นแน่ เทพยดาจึงได้ดลบันดาลให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้ เมื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมดแล้วก็ให้คนไปรับมเหสีฝ่ายขวากลับเข้าวัง ส่วนมเหสีฝ่ายซ้ายถูกขับไล่ออกไปอยู่นอกพระนคร ตั้งแต่นั้นทั้งหมดได้อยู่ร่วมกันด้วยความสุข

yengo หรือ buzzcity

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง หมอลำจัมโบ้

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง หมอลำจัมโบ้


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ณ วัดป่าถ้ำสามพระเณร และ หมู่บ้านโคกอีเต่า โดยมีอยู่วันหนึ่ง เจ้าอาวาสที่วัดป่าถ้ำสามพระเณรได้รับโทรศัพท์จากโยมทางกรุงเทพ มีใจความว่า เดือนหน้าจะทำผ้าป่ามาถวายวัด ซึ่งเจ้าอาวาสก็ยินดีเป็นยิ่งนัก เพราะนานที จะมีผ้าป่ามาทอดที่วัดสักทีหนึ่ง หลังจากนั้นมา ไม่กี่อาทิตย์ เจ้าอาวาสก็ได้ประชุมกับทางผู้ใหญ่บ้าน ว่าให้เตรียมตัวรับคณะผ้าป่าจากกรุงเทพไว้ โดยได้จัดเตรียมจัดการเตรียมการจ้างหมอลำ และหนัง โดยหนังก็หนัง 2 จอ ทางชาวบ้านก็ไม่พอใจบอกว่าจะเอาคณะใหญ่ๆ แพงๆ ให้สมกับที่เป็นการรอคอยผ้าป่าที่ไม่เคยมีขึ้นเลยในรอบเกือบ 20 ปี เณรก็เลยบอกว่า น่าจะมีลำกลอน ลำเดิน ลำเพลิน ลำซิ่ง ให้ครบไปเลย ซึ่งถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดที่จะหาที่ใดในภาคอีสานเทียบกับงานนี้ได้เลย

และแล้วก็ถึงวันงาน ผู้คนมาดูเที่ยวงานอย่างเนืองแน่น หมอลำคณะต่างๆ ก็พากันเล่นจบไปก่อนคณะผ้าป่า 2 วัน วันที่ 3 คณะผ้าป่าก็มา ผ้าป่าก็ได้ทอดสมใจของผู้มีจิตศรัทธา เณรได้ฉีกซองผ้าป่าออกมานับเงินดูแล้ว ปรากฎว่า ยอดเงินที่คณะผ้าป่านำมาทอดนั้น รวมทั้งหมดเบ็ดเสร็จ 40,512 บาท เจ้าอาวาทรู้เช่นนั้นตกใจจนเป็นลม ฟื้นอีกทีก็ไปฟื้นที่อนามัย ทว่าในใจคิดว่า คงได้ขายวัดชดใช้ค่าหมอลำเป็นแน่ เฮ่อ “หมอลำจัมโบ้” จริงๆ


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อย่าทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม

yengo หรือ buzzcity

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง โอ่งวิเศษ

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง โอ่งวิเศษ


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายผู้ยากไร้กับภรรยาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน
ชายผู้นี้มีชื่อว่า “อาเหลา” ในบ้านของอาเหลามีปู่อาศัยร่วมอยู่ด้วย คุณปู่อายุมากแล้ว
ไม่มีใครทราบว่าอายุของคุณปู่ อายุเท่าไหร่ แม้ตัวคุณปู่เองก็จำไม่ได้เสียด้วย

บุตรหลานที่ดีควรจะดูแลเลี้ยงดูบรรพบุรุษ แต่อาเหลาและภรรยานั้น
ไม่ได้มีแก่ใจที่จะสนใจดูแล จัดหาอาหารการกินให้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ซ้ำยังให้ทำงานหนัก
แม้ว่าคุณปู่จะไร้เรี่ยวแรงแล้วก็ตาม

อยู่มาวันหนึ่ง อาเหลาขุดพบโอ่งเก่าในทุ่งนา
“โอ่งใบนี้น่าจะใช้เก็บน้ำได้” อาเหลาคิดอยู่ในใจ จึงได้แบกโอ่งกลับบ้าน
พอถึงบ้านก็ให้ภรรยา ขัดทำความสะอาดโอ่ง พอดีแปรง
หลุดจากมือหล่นลงไปในโอ่ง ในทันใดนั้นเองโอ่งก็มีแปรงเต็มทั้งโอ่ง
ไม่ว่าจะเอาแปรงออกมามากเท่าใดก็ตาม ในโอ่งก็ยังมีแปรงเต็มเสมอ
“เราน่าจะเอาแปรงไปขายที่ตลาด” อาเหลาบอกกับภรรยา

อาเหลาเอาแปรงไปวางขายในตลาด ในไม่นานก็เก็บเงินได้มากมาย
เมื่อมีเงินทองมากมาย ก็จับจ่ายซื้ออาหารรสเลิศ และเสื้อผ้างดงามต่างๆมากมาย
แต่ทั้งสองก็ไม่เคยนึกถึงคุณปู่เลยแม้แต่น้อยนิด

อยู่มาวันหนึ่ง อาเหลาทำแท่งทองหล่นลงไปในโอ่ง แปรงหายวับไปจากโอ่ง
อาเหลาใจหายวาบเมื่อมองเห็นโอ่งว่างเปล่า แต่ทว่าในนาทีถัดมาโอ่งวิเศษก็มีแท่งทอง
เต็มอัดแน่นอยู่แทน อาเหลาตะโกนเรียกภรรยาเสียงหลง “มาดูอะไรนี่ มาดูนี่ นี่ไง”
เมี่อผู้เป็นภรรยามองเห็นทองอัดแน่นอยู่ในโอ่งวิเศษ เธอสุดแสนที่จะดีใจ

อาเหลาขนทองคำออกจากโอ่งวิเศษได้ไม่รู้จบสิ้น อาเหลาสร้างบ้านหลังใหญ่
ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายประดุจเจ้าผู้ครองนครก็ไม่ปาน

อาเหลาบังคับให้ปู่ตักแท่งทองออกจากโอ่งวิเศษเพื่อให้ทองคำ
ขึ้นมาเต็มโอ่งอยู่เสมอ เมื่อใดที่พ่อเฒ่าพักหายใจ
อาเหลาจะตะคอกดุด่าให้ทำงานต่อไป

ต่อมาวันหนึ่ง คุณปู่พลัดตกลงไปในโอ่งวิเศษ ทองแท่งในโอ่งหายวับไป
อีกไม่กี่อึดใจ คุณปู่ก็ค่อยๆปีนออกมาจากโอ่งวิเศษ ทีละคนๆ
เมื่ออาเหลากับภรรยาเห็นดังนั้น ฝ่ายภรรยาก็กรีดร้องออกมาสุดเสียงว่า
“รีบทำอะไรสักอย่างซิ ก่อนจะมีปู่ออกมาอีก”

อาเหลาจึงรีบหยิบพลั่วหวดใส่โอ่งวิเศษอย่างเต็มแรง โอ่งวิเศษแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แต่ก็สายเกินไปแล้ว อาเหลามีคุณปู่ถึง 6 คน ในตอนนี้ แล้วอาเหลาก็ตะคอกดุด่า
คุณปู่ทุกคนด้วยเสียงอันดัง แต่คุณปู่ทั้งหกหาได้เกรงกลัวอาเหลาไม่
คุณปู่ทั้งหกช่วยกันขับไล่สองสามีภรรยาให้ออกไปอยู่นอกบ้าน

อากาศข้างนอกบ้านหนาวมาก อีกทั้งยังมีลมพัดกรรโชกอีก ทำให้หนาวเข้าไปถึงในกระดูก สองสามีภรรยาหนาวสั่น
และเริ่มรู้สึกหวาดกลัว อาเหลาและภรรยาจึงเคาะประตูขอร้องและวิงวอนว่า
“ได้โปรดเถิดคุณปู่ เปิดประตูรับพวกเราด้วย อย่าปล่อยให้เราหนาวตายอยู่ข้างนอกบ้านนี้เลย”

คุณปู่ในบ้านส่งเสียงตอบกลับมาว่า
“มีกี่ครั้งที่ข้าร้องขอความกรุณาจากเจ้า แต่พวกเจ้าไม่เคยรับฟังข้าเลย”

“ได้โปรดเถิดคุณปู่ เราทั้งสองสำนึกผิดแล้วและก็เสียใจในการกระทำนั้นแล้ว ได้โปรดอภัยให้เราสองคนด้วยเถิด”
อาเหลาร้องวิงวอนเสียงกระเส่า

ในท้ายที่สุด คุณปู่ก็เปิดประตูรับทั้งสองเข้าบ้านด้วยความสงสาร

นับจากวันนั้นมา อาเหลากับภรรยากลายเป็นคนใหม่ เอาใจใส่ดูแล
เลี้ยงดูคุณปู่ทั้งหกเป็นอย่างดี

yengo หรือ buzzcity