ต้นแอปเปิ้ลกับเด็กน้อย

ต้นแอปเปิ้ลกับเด็กน้อย


นานมาแล้ว มีต้นแอปเปิ้ลใหญ่อยู่ต้นนึง และก็มีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนึง ชอบเข้ามาอยู่ใกล้ๆและเล่นรอบๆต้นไม้นี้ทุกๆวัน เขาปีนขึ้นไปบนยอดของต้นไม้ และก็กินผลแอปเปิ้ล

และก็นอนหลับไปภายใต้ร่มเงาของต้นแอปเปิ้ล
เขารักต้นไม้ และต้นไม้ก็รักเขา

เวลาผ่านไป เด็กน้อยโตขึ้น และเขาไม่มาวิ่งเล่นรอบๆต้นไม้ทุกวันอีกแล้ว
วันหนึ่ง เด็กน้อย กลับมาหาต้นไม้ เด็กน้อยดูเศร้า

" มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ " ต้นไม้ถาม
" ฉันไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้วนะ ฉันไม่อยากเล่นรอบๆต้นไม้อีกแล้ว ฉันต้องการของเล่น ฉันอยากได้เงินไปซื้อของเล่น " เด็กน้อยตอบ
"ฉันไม่มีเงินจะให้ ....เก็บลูกแอปเปิ้ลของฉันไปขายสิ เพื่อเอาเงินไปซื้อของเล่น " ต้นไม้ตอบ

เด็กน้อยตื่นเต้นมาก เขาเก็บลูกแอปเปิ้ลไปหมด และจากไปอย่างมีความสุข
หลังจากเขาเก็บแอปเปิลไปหมดแล้ว เขาไม่กลับมาหาต้นไม้อีกเลย
...ต้นไม้ดูเศร้า......

วันหนึ่ง เด็กน้อยกลับมา เขาดูโตขึ้น ต้นไม้รู้สึกตื่นเต้นมาก
" มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ " ต้นไม้ถาม
" ฉันไม่มีเวลามาเล่นหรอก ฉันมีครอบครัวแล้ว ฉันต้องทำงานเพื่อครอบครัวของฉันเอง
เราต้องการบ้าน ช่วยฉันได้ไหม "

" ฉันไม่มีบ้านจะให้ แต่... ตัดกิ่งก้านของฉันไปสิ ....เอาไปสร้างบ้าน "
ดังนั้นเด็กน้อยตัดกิ่งก้านทั้งหมดของต้นไม้ไป และจากไปอย่างมีความสุข

อีกครั้งที่ต้นไม้ถูกทิ้งให้เดียวดาย และเศร้า....
วันหนึ่งในฤดูร้อน เด็กน้อยกลับมาต้นไม้ดีใจมาก
" มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ " ต้นไม้ถาม
"เปล่า ฉันรู้สึกผิดหวังกับชีวิต และเริ่มแก่ขึ้น ฉันอยากแล่นเรือไปพักผ่อนไกลๆ ให้เรือฉันได้ไหม "
" ใช้ลำต้นของฉันได้ เอาไปสร้างเรือ เพื่อเธอจะได้เล่นเรือไปและมีความสุข" ต้นไม้ตอบ

ดังนั้น เด็กน้อยตัดลำต้นของต้นไม้ไปสร้างเรือ
เขาล่องเรือไป และไม่เคยกลับมาอีกเลย
หลายปีผ่านไป ในที่สุดเด็กน้อยกลับมา
คราวนี้เขาดูแก่ลงไปมาก

" ฉันเสียใจ ฉันไม่เหลืออะไรจะให้อีกแล้ว ไม่มีผลแอปเปิ้ลให้ ....ฉันไม่มีลำต้นให้ปีนอีกแล้ว"

"ฉันไม่มีฟันจะกินแล้ว ฉันปีนไม่ไหว และฉันก็แก่แล้ว" เด็กน้อยตอบ

" ฉันไม่มีอะไรเหลือให้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่เหลือ มีเพียงรากที่กำลังจะตาย "

" ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แค่อยากได้ที่พักพิง ฉันเหนื่อยมาหลายปีแล้ว "

" รากของต้นไม้แก่ๆ จะเป็นที่พักพิงของหนูได้ ...... มาสิ นั่งลงข้างๆฉัน ...หลับให้สบาย....."

เด็กน้อยนั่งลงข้างๆ ต้นไม้ดีใจ ยิ้ม...และน้ำตาไหล........

นี่เป็นเรื่องสำหรับทุกๆคน ต้นไม้ในเรื่องคือพ่อแม่
เมื่อเราเป็นเด็กตัวเล็กๆ เรารักที่จะเล่นกับพ่อกับแม่...
เมื่อเราโตขึ้น เราทอดทิ้งพ่อ และแม่ และกลับมาหาท่าน
เมื่อเราต้องการบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อเรามีปัญหา
ไม่ว่าอย่างไร...พ่อ และแม่ของเราก็จะอยู่และให้ทุกสิ่งอย่างที่ท่านทำได้
หวังเพียงเรามีความสุข

คุณอาจจะคิดว่า " เด็กน้อย " ในเรื่องโหดร้าย
แต่นั่นคือความจริงที่สะท้อนให้เห็นว่าพวกเราทำกับผู้มีพระคุณอย่างไร?

........ แล้วต้นไม้ของคุณล่ะ ....... เด็กน้อย .....???

yengo หรือ buzzcity

หมาป่ากับหมาจิ้งจอก

หมาป่ากับหมาจิ้งจอก


หมาป่า กับ หมาจิ้งจอก ในป่าสูงแห่งหนึ่งนั้น เมื่อมันได้สาบานตัวเป็นเพื่อนตาย ไม่ทำอันตรายต่อกันและช่วยกันทำมาหากิน โดยหมาจิ้งจอกมีหน้าที่ไล่ต้อนสัตว์ป่าที่จะมาเป็นอาหาร ส่วนหมาป่าร่างใหญ่ ก็คอยจับสัตว์ป่าเหล่านั้น แล้วแบ่งกันกินอย่างอิ่มหนำสำราญทุกวันไป สมเป็นเพื่อนตายโดยแท้

แต่อยู่มาไม่ช้าไม่นาน ก็ถึงฤดูกาลอันบังเกิดความแห้งแล้งกันดารทั่วไปในป่านั้น
บรรดาสัตว์ป่าทั้งหลายเดือดร้อนเหลือประมาณ เพราะอาหารหายากยิ่งขึ้นทุกวัน
หมาป่า กับหมาจิ้งจอกนั้น ถึงกับอดอาหารสองวันสามวันบ่อยๆ ตลอดมา

ในที่สุดหมาป่าไม่สามารถทนหิวได้ จึงกระโจนเข้ากัดหมาจิ้งจอก
เพื่อนตายของมันเพื่อหวังกินเป็นอาหารจะได้พ้นจากความตายเพราะไม่มีอะไรจะกิน
หมาจิ้งจอกก็ดิ้นร้องขึ้น ก่อนจะกลายเป็นอาหารของหมาป่า ว่า...

"เจ้าเพื่อนตายของข้า คำสาบานของเจ้าเอาไปทิ้งเสียที่ไหนเล่า?"

"เจ้าหน้าโง่ เจ้าเคยเห็นคำสาบานหรือไฉน...
ใครบอกเจ้าว่าโลกนี้มีคำสาบาน
คำสาบานเป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ครั้นพูดออกไปแล้วก็ไม่มีตัวตน
หรือแม้แต่เงาก็ไม่มี"

ว่าแล้วหมาป่าก็กินหมาจิ้งจอก เป็นอาหารแก้หิวในมื้อนั้นเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า " ไม่มีคำมั่นสัญญาในหมู่โจร "

yengo หรือ buzzcity

หนูกัดเหล็ก

หนูกัดเหล็ก


นานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งมีลูกชายเป็นคนไม่รักดี ได้แต่ใช้จ่ายทรัพย์ เที่ยว กิน เล่น เลี้ยงเพื่อนฝูง ไม่นึกทำมาหากิน พ่อแม่จะว่ากล่าวตักเตือนอย่างไรก็ไม่เชื่อฟังในที่สุดเศรษฐีก็ตรอมใจตาย แต่ก่อนตายได้เอาเงินกับทองใส่ตุ่มอย่าง
ละตุ่มฝังไว้ และด้วยความดีที่ได้กระทำมา ส่งผลให้เศรษฐี
ไปเกิดเป็นเทวดา

ฝ่ายลูกเศรษฐีเมื่อพ่อแม่ตายแล้วก็ยิ่งกำเริบ ใช้เงินเลี้ยงเพื่อน
เที่ยวเตร่เสเพล ไม่นานเงินก็หมด เพื่อนฝูงที่เคยล้อมหน้าล้อมหลัง
ก็หายหน้าไปทีละคน

อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนชวนไปกินเลี้ยงกันตามเคย โดยสั่งลูกเศรษฐีตกยากว่า
ถ้าคิดจะไปกินเลี้ยง ก็ให้เอาไก่ไปร่วมในการกินเลี้ยงด้วยหนึ่งตัว
ลูกเศรษฐีอยากกินเลี้ยงมาก ถึงแม้จะไม่มีเงินแล้ว ก็ยังขวนขวายหาไก่
ได้ตัวหนึ่ง จึงจัดการลวกน้ำร้อนถอนขน แล้วผูกห่อใบตองเตรียมที่จะไป
ร่วมงานกินเลี้ยง
ครั้นเดินมาตามทาง เพราะความเหนื่อยจึงแวะพักใต้ต้นไม้ข้างทาง
แล้วม่อยหลับไป บังเอิญมีอีกาตัวหนึ่งเกาะอยู่บนต้นไม้นั้น ได้กลิ่น
เนื้อโชยมาจากใบตอง จึงบินโฉบลงมาคาบห่อใบตองไป
เขาจึงต้องไปงานกินเลี้ยงมือเปล่า กา...กา...

พอถึงบ้านเพื่อนที่นัดกินเลี้ยงก็เล่าให้เพื่อนฟัง แต่ไม่มีใครเชื่อในคำพูดของเขาเลย
ต่างคิดว่าเขาคงไม่มีปัญญาหาไก่มา จึงกุเรื่องแก้เก้อ แถมยังพูดจาเยาะเย้ยถากถาง
ว่าไม่มีปัญญาหาไก่มา แล้วยังไปโทษอีกาอีก

ลูกเศรษฐีทั้งเจ็บทั้งอายตัดสินใจไม่ร่วมวงกินเลี้ยงด้วย รีบเดินทางกลับบ้าน
เมื่อถึงบ้านแล้วก็ยังน้อยใจไม่หาย นึกถึงความหลังที่ตนมั่งมีเงินทอง ผู้คนล้อมหน้า
ล้อมหลัง เสียใจกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร่างกายก็ผ่ายผอมลง

ฝ่ายเทวดาพ่อแม่เห็นอาการของลูกก็อดสงสารเสียมิได้ จึงมาเข้าฝันลูกว่า

"นั่นแหละลูกเอ๋ย เมื่อพ่อแม่ยังอยู่ก็ได้สอนเจ้านักหนาเรื่องการใช้เงินทอง
เมื่อยามลำบากยากจน ใครเขาจะมานับถือ พูดจริงก็เป็นหลอกไปได้ ขอให้เจ้ารู้สึกตัวและทำตัวเสียใหม่ พ่อแม่จะช่วย" เข้าฝัน

ในฝันนั้นเองลูกเศรษฐีก็คิดได้ จึงสัญญากับพ่อแม่ว่า ต่อไปจะเลิกความประพฤติเดิม
จะตั้งใจทำมาหากิน เลี้ยงตัวให้มีเงินพอ จะไม่ให้ใครมาดูถูกได้อีกต่อไป
เมื่อเทวดาพ่อแม่ได้รับคำสัญญาจากลูกเช่นนั้นก็พอใจยิ่งนัก เมื่อลูกสัญญาว่าจะกลับตัว
เป็นคนดีจึงได้บอกที่ซ่อนตุ่มเงินและตุ่มทองให้ในฝันนั้นเอง

พอตื่นขึ้นมาลูกเศรษฐีก็รีบไปขุดหาตุ่มเงินตุ่มทอง ก็พบจริงตามฝัน จึงนำเงินในตุ่มมาทำทุนตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ไม่นานก็กลับฟื้นตัว
พอมีฐานะขึ้นอีก เพื่อนที่เคยหนีหาย ก็เริ่มกลับมาคบหาเพิ่มขึ้นทุกวัน

ลูกเศรษฐียังจำวันที่เพื่อนฝูงเยาะเย้ยได้ไม่ลืม วันหนึ่งลูกเศรษฐีเห็นได้โอกาส จึงชวนเพื่อน
มากินเลี้ยงกันอีก เหมือนเมื่อยังร่ำรวยหนก่อน เพื่อนฝูงต่างก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตาขณะที่
กินเลี้ยงอย่างครึกครื้นเฮฮาอยู่นั้น ลูกเศรษฐีได้นำมีดเหี้ยนๆ เล่มหนึ่งมาให้เพื่อนดู
พลางพูดขึ้นว่า

" อัศจรรย์จริงๆ มีดเล่มนี้เพิ่งซื้อมาใหม่ๆ แท้ๆ ทิ้งไว้คืนเดียวหนูมากัดเสียจนเหี้ยนหมดเหลือเท่านี้เอง "

เพื่อนฝูงทั้งหลายเมื่อได้ยินก็รับคำเชื่อตามคำพูด บางคนก็ประสมโรงพูดว่า
" จริงเหมือนเพื่อนว่าหนูมันร้ายนัก มีดของเราก็เคยโดนเหมือนกัน เหี้ยนเหมือนอย่างนี้ไม่มีผิด "
เพื่อนคนอื่นก็พูดว่า " ใช่ๆ " คนละคำสองคำ

เชื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นี่หนูมันกัด

ลูกเศรษฐีเมื่อได้ยินดังนั้น ก็คิดได้ว่า

" ยามเมื่อเรายากจนคนดูถูก ถ้อยคำที่พูดไม่มีน้ำหนัก ถึงพูดความจริงก็ยังไม่มีคนเชื่อ
แต่เมื่อยามมั่งมีเงินทอง จะพูดอย่างไรจริงหรือเท็จไม่สำคัญ คนย่อมยอมรับเชื่อถือ "

yengo หรือ buzzcity

เต่ากับงู

เต่ากับงู


ในกาลครั้งหนึ่งหลายร้อยปีผ่านมาแล้ว มีเต่าและงูอาศัยอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำสายหนึ่ง ทั้งเต่าและงูต่างก็เป็นศัตรูคู่แค้นกันเนื่องจากต่างก็แย่งกันเป็นใหญ่ ต้องการจะเป็นราชา แห่งลุ่มน้ำนี้ งูพยายามอยู่เสมอที่จะฉกเต่าให้ตาย แต่เต่าก็จะรีบหดหัว หดขาเข้ากระดองไปทุกครั้ง งูจึงได้แต่ฉกกัดกระดองที่แข็งซึ่งไม่ได้สร้างความเจ็บปวดอะไรให้แก่เต่าเลย เต่าจึงหัวเราะเสียงดัง ฮ่าๆๆ แล้วกล่าวว่า

"เห็นไหม ไม่มีใครทำอันตรายข้าได้ ข้าเป็นราชาแห่งลุ่มน้ำนี้ ฮ่าๆๆ"

งูโกรธมากจึงถามขึ้นว่า "ท่านทำอย่างไรจึงได้แข็งแรงอย่างนี้"

เต่าตอบว่า "ข้าแข็งแรง เพื่อนๆของข้าก็แข็งแรง ทั้งนี้เพราะพวกเราต้องตัดศีรษะของพวกเรา
ในเวลากลางคืนทุกวัน"

"เอ๊ะ น่าสนใจดีนี่ ถ้าข้าจะชวนเพื่อนๆ มาดูด้วยท่านจะแสดงการตัดศีรษะให้พวกข้าดูด้วยได้ไหม"

"อ๋อ ได้ซิ" เต่าตอบตกลง

ดังนั้น ทั้งงูและเต่าต่างก็ชวนเพื่อนฝูงและครอบครัวมากันอย่างมากมาย
พวกเต่าจะอยู่ที่ฝั่งด้านหนึ่งของแม่น้ำ ส่วนงูนั้นคอยเฝ้าดูอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

เต่าตัวแรกจะถือท่อนไม้แข็งไว้ และแสดงท่าเหมือนกำลังจะ
ตัดศีรษะเต่าอีกตัว ส่วนเต่าตัวอื่นๆก็ทำตาม แต่พวกเต่าไม่ได้
ตัดศีรษะจริงๆ เพียงแต่พวกมันหดศีรษะเข้าไปในกระดองเท่านั้น

พวกงูทั้งหลายหลงเชื่อเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีและน่าสนใจ ดังนั้นในตอนสายๆ
ของวันรุ่งขึ้น มันจึงเดินทางมาหาเต่าแล้วพูดว่า

"พวกข้าต้องการตัดศีรษะทุกๆคืน จะได้แข็งแรงอย่างพวกท่าน แต่พวกเราไม่มีมือ ไม่มีเท้า
จึงอยากให้พวกท่านช่วย"

"อ๋อ ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง" เต่ารีบอาสาทันทีพร้อมยิ้มอยู่ในใจ

พอตกกลางคืน เต่าทุกๆตัวต่างก็ถือท่อนไม้แข็งไว้ และใช้ท่อนไม้นี้
ตัดศีรษะของงูทุกๆตัว แต่งูไม่มีกระดองที่จะหดศีรษะไว้ข้างในได้
ดังนั้นงูจึงถูกเต่าใช้ท่อนไม้แข็งตีศีรษะจนตายทุกตัว เต่ากับงู

เมื่อพวกงูตายหมดแล้ว พวกเต่าก็ได้เป็นใหญ่
เต่าตัวที่เป็นเจ้าของความคิดก็กลายเป็นราชา
แห่งลุ่มน้ำนี้อย่างไม่มีคู่แข่งตลอดไป

yengo หรือ buzzcity

กำเนิดปลาดาว

กำเนิดปลาดาว


นานมาแล้วตั้งแต่ครั้งที่ท้องทะเลยังมีสัตว์อาศัยอยู่เพียงไม่กี่ชนิด

ในคืนที่มืดแสนมืดคืนหนึ่ง บนฟ้าไม่มีพระจันทร์ออกมาทักทายเหมือน

เช่นเคยจึงมองเห็นดาวน้อยใหญ่ส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า

ช้างฝูงหนึ่งกำลังพากันเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินใจหลังจากอาหารค่ำ

ลูกช้างน้อยๆตัวหนึ่ง แหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ท่ามกลางทะเลดวงดาวทั้งหมดนั้น

มีอยู่ดวงนึงเป็นที่ดาวดวงใหญ่สวยงามกว่าดาวดวงอื่นๆ

แล้วลูกช้างน้อยก็พูดว่า “ชั้นอยากขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อหยิบดาวดวง

นั้นลงมา” ช้างทุกตัวเห็นด้วยกับเธอ

พวกเขาจึงช่วยกันคิดหาวิธีเอื้อมขึ้นไปให้ถึงดวงดาวอย่างหนัก

คิด..คิด..คิดจนปวดหัวกันไปเลย

ในที่สุดลูกช้างก็พูดขึ้นว่า “ชั้นรู้แล้ว ตามชั้นมา เราจะไปที่หน้าผาสูงกัน เพื่อขึ้นไปให้สูงที่สุด”

ฝูงช้างพากันเดินขึ้นไปบนหน้าผาที่สูงชันที่สุด ซึ่งหน้าผานี้ชะโงกยื่นล้ำไปบนท้องทะเล

ลูกช้างพูดว่า “เราต้องยืนบนหลังกันนะขี่คอกันให้สูงเลย” และแล้วภาพที่เกิดขึ้นก็คือมีช้าง

ตัวหนึ่งยืนอยู่บนหลังของช้างอีกตัวหนึ่ง แล้วก็อีกตัวหนึ่ง แล้วก็อีกตัวหนึ่งต่อกันขึ้นไปเรื่อยๆ

โดยมีช้างน้อยอยู่ชั้นบนสุด แล้วเธอยื่นงวงออกไปแตะดวงดาวได้สำเร็จ

“ดู! ดูนี่ซิเห็นมั้ย! ชั้นจับดาวได้แล้ว” ช้างน้อยร้องอย่างดีใจ วินาทีนั้นเอง ดวงดาวก็พลัด

หล่นลงไปในทะเล “โอว ไม่นะ ฉันทำดาวหล่นน้ำไป ดาวจมน้ำไปแล้ว ”

ในทะเล ปลาตัวใหญ่ตัวหนึ่งเห็นดาวสวยงามตกลงมา มันรีบว่ายน้ำตรงเข้ามาทันที

เจ้าปลาฮุบกินเอาดวงดาวเข้าไปในท้อง แล้วทันใดนั้นเอง..ตัวของเจ้าปลา

ก็ค่อยๆหดเล็กลง หดเล็กลง ส่วนครีบ, หัวและหาง ก็แหลมขึ้นและกลาย

เป็นรูปร่างเหมือนดาวไปเลย

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาในท้องทะเลก็จึงมีปลาดาวมาจนถึงทุกวันนี้

yengo หรือ buzzcity

อัศวินหนูผู้กล้า

อัศวินหนูผู้กล้า


ในโรงนาแห่งหนึ่งที่มีหนูอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และที่นี่ยังมีเจ้าแมวแก่จอมโหดตัวหนึ่งที่คอยไล่จับหนูกินตามอำเภอใจ

เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า แมวโหดตัวนี้ก็แก่ตัวลง เริ่มไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอจะวิ่งไล่จับหนูอีก เจ้าแมวแก่จึงครุ่นคิดหาวิธีจับหนูกินโดยไม่ต้องออกแรง

วันหนึ่ง แมวเฒ่าเจ้าเล่ห์ได้เรียกหนูทั้งโรงนามาประชุมเพื่อขอสงบศึก ” หนูทั้งหลายนับแต่นี้ต่อไป ข้าสัญญาว่าจะเลิกไล่ตะครุบพวกเจ้ากินเสียที แต่ขอให้พวกเจ้าสำนึกบุญคุณที่ข้าไว้ชีวิต พวกเจ้าต้องเดินแถวเรียงหนึ่งผ่านหน้าข้าทั้งเช้าและเย็น พร้อมทั้งเอามือแตะไว้ที่หน้าผากแล้วก้มหัวต่ำๆเพื่อเป็นการแสดงความเคารพข้าด้วย ตกลงไหม ”

พวกหนูต่างดีใจกันยกใหญ่ที่จะไม่โดนจับกินอีกแล้ว พวกหนูรีบตกลงทำตามอย่างไม่สงสัย เมื่อถึงเวลา พวกหนูก็เดินเรียงแถวพร้อมทั้งทำความเคารพเจ้าแมว ซึ่งก็แกล้งนอนหมอบนิ่ง แต่ทันที่ที่หนูตัวสุดท้ายเดินเกือบพ้นแมวไป เจ้าแมวแก่ก็ตระครุบจับกิน โดยที่หนูตัวอื่นไม่ทันสังเกตเห็นเพราะมัวแต่ก้มหัวต่ำ เจ้าแมวแก่จอมเจ้าเล่ห์ใช้วิธีนี้จับหนูกินเรื่อยมา

จนกระทั่งวันหนึ่งหนูสองตัวคู่หู โจอี้ กับ ปีเตอร์ สังเกตเห็นว่าจำนวนประชากรหนูลดลงทุกวัน ทั้งสองเริ่มสงสัยเจ้าแมวแก่จึงวางแผนเพื่อสืบหาความจริงเรื่องนี้ แผนการมีอยู่ว่า ต่อไปนี้การออกไปหาอาหารทุกครั้งให้หนูปีเตอร์ และโจอี้เป็นเดินตัวแรกและตัวสุดท้ายปิดท้ายขบวนเสมอ และตลอดการเดินหนูคู่หูทั้งสองก็จะตะโกนเรียกชื่อกันและกันอยู่เสมอ

ปีเตอร์ “โจอี้ นายเป็นยังไงบ้าง”
ฝ่ายโจอี้ก็ร้องตอบ “ทุกอย่างเรียบร้อยปีเตอร์”
ทำเช่นนี้ก็จะรู้ว่าหนูทุกตัวยังอยู่ครบและปลอดภัยดี

ฝ่ายแมวแก่เจ้าเล่ห์เมื่อเจอวิธีแบบนี้เข้าก็ไม่สามารถหาช่องทางจับหนูกินได้ เพราะนอกจากจะคุมแถวแล้วโจอี้กับปีเตอร์ยังเตือนให้เหล่าหนูคอยระวังอย่าไว้ใจเจ้าแมวแก่อีกด้วย เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปหลายวันแมวแก่หิวโซจนทนไม่ไหวเมื่อขบวนหนูเดินผ่านมาอีกครั้ง แมวแก่ก็กระโดดเข้าตะปบขบวนหนูอย่างบ้าคลั่งแต่พวกหนูระวังตัวอยู่แล้วจึงวิ่งหนีลงรูได้ทุกตัว จากนั้นไม่นานเจ้าแมวแก่ก็อดตาย

และสองหนูคู่หูโจอี้กับปีเตอร์ ก็ได้รับการยกย่องเป็น
“อัศวินหนูผู้กล้าหาญ” ของบรรดาหนูโรงนาตั้งแต่นั้นมา

yengo หรือ buzzcity

กบสาวแต่งงาน

กบสาวแต่งงาน


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งแต่งงานอยู่ด้วยกันมานานแต่พวกเขาก็ไม่มีลูก พวกเขาอยากมีลูกมากจึงสวดมนต์ต่อเทวดาวิงวอนขอให้ได้ลูกสักคน และแล้ววันหนึ่งความฝันของทั้งคู่ก็เป็นจริงเมื่อทั้งสองเปิดประตูบ้านในตอนเช้า ก็พบตระกร้าเล็กๆใบหนึ่งวางอยู่หน้าบ้าน

ในตะกร้านั้นมีกบน้อยตัวหนึ่งนอนตาใสแป๋วอยู่ สองสามีภรรยานึกเอ็นดูจึงเลี้ยงดูกบตัวนั้นเป็นลูกสาวและดูแลสั่งสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ทำ ให้แก่เธอ กบสาวเธอชอบร้องเพลงมาก ที่น่ามหัศจรรย์คือเธอมีน้ำเสียงไพเราะ หวานใส จนทำให้ผู้คนละแวกนั้นพากันคิดว่าเจ้าของเสียงต้องเป็นหญิงสาวแสนสวยแน่ๆ

อยู่มาวันหนึ่งมีเจ้าชายรูปงามขี่ม้าผ่านมา เจ้าชายได้ยินเสียงเพลงของกบสาวเข้า พระองค์ตกหลุมรักเจ้าของเสียงนั้นทันที เจ้าชายหยุดม้าลงมาพบกับสองสามีภรรยาเพื่อขอแต่งงานกับลูกสาวของพวกเขา

กบสาวที่แอบดูอยู่ก็หลงรักเจ้าชายในทันทีเช่นกันจึงรีบซ่อนตัวอยู่หลังผ้าม่าน และส่งเสียงตอบไปว่า “หม่อมฉันยินดีแต่งงานกับเจ้าชาย แต่มีข้อแม้ว่าจะปรากฏตัวให้พระองค์เห็นในห้องที่จัดเตรียมไว้เป็นการส่วนตัวเท่านั้นเพคะ”

เมื่อวันแต่งงานมาถึง เจ้าสาวกบก็นั่งรถที่ปิดมิดชิดมายังปราสาท เจ้าชายตกใจแทบสิ้นสติเมื่อรู้ว่าเจ้าสาวของพระองค์คือกบ พระองค์จึงจับกบสาวโยนทิ้งออกไปนอกปราสาททันที แต่ทว่าพระองค์ไม่สามารถตัดใจจากเสียงอันไพเราะของกบสาวได้ พระองค์จึงตัดสินใจขอเธอแต่งงานใหม่อีกครั้ง

คราวนี้กบสาวใช้ไก่โต้งเทียมรถเปิดประทุนของเธอ ขับไปยังปราสาท ระหว่างทางมีนางฟ้าสององค์กำลังช่วยกันหาวิธีเอาก้างปลาซึ่งติดคอเพื่อนนางฟ้าอีกองค์ออกอยู่ เมื่อนางฟ้าองค์นั้นเหลือบเห็นเจ้าสาวกบขับรถ เทียมไก่โต้งแล่นตะบึงผ่านไปก็หัวเราะ เสียงดัง ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ๋า จนก้างปลากระเด็นหลุดจากคอ

นางฟ้าทั้งสามดีใจมากที่กบสาวมีส่วนสำคัญในการช่วยพวกนาง จึงให้รางวัลแก่กบสาว

นางฟ้าผู้สวมชุดสีชมพู พูดว่า “ฉันจะเนรมิตรรถม้าสีทองคันงามให้แก่เธอนะจ๊ะ” แล้วรถของกบสาวก็กลายเป็นรถสีทองหรูหราสวยงามที่สุด

นางฟ้าผู้สวมชุดสีฟ้า พูดว่า “ฉันจะเนรมิตรชุดเจ้าสาวที่สวยที่สุดให้แก่เธอ” ทันใดชุดที่กบสาวสวมอยู่ก็กลายเป็นชุดเจ้าสาวแสนสวย

และนางฟ้าผู้สวมชุดสีเหลือง ซึ่งเป็นองค์ที่ก้างติดคอ พูดว่า “ส่วนฉันผู้ที่เธอได้ช่วยเหลือมากที่สุด ฉันก็จะมอบสิ่งที่วิเศษที่สุดให้แก่เธอเช่นกัน” แล้วนางฟ้าก็โบกคทาดาว ประกายระยิบระยับพร่างพรมลงมาบนตัวของกบสาว แล้วกบสาวก็กลายร่างเป็นหญิงสาวผิวเข้มที่สวยบาดตาบาดใจไปในทันที

เมื่อกบสาวไปถึงพระราชวังเจ้าชายแทบจะไม่เชื่อสายตาว่าเจ้าสาวกบของพระองค์กลายร่างเป็นหญิงสาวที่สวยงามขนาดนี้และที่สำคัญเธอมีเสียงเพลงไพเราะที่ทำให้ทุกคนที่ได้ฟังมีความสุข

yengo หรือ buzzcity